ประวัติสงครามโลกครั้งที่ 1

สงครามโลกครั้งที่ 1 หรือเรียกภาษาอังกฤษว่า World War I หรือ First World War  ก่อน ค.ศ. 1939 เคยเกิดสงครามครั้งใหญ่ที่ยุโรปอยู่ในศูนย์กลางระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม ค.ศ. 1914 ถึง 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 1918  โดยมีทุกประเทศมหาอำนาจของโลกเกี่ยวข้องทั้งหมดในสงครามนี้ด้วย ซึ่งแต่ละประเทศจะแบ่งด้วยฝ่ายสัมพันธมิตร คือ อังกฤษ ฝรั่งเศส และรัสเซีย ส่วนฝ่ายอำนาจกลาง คือเยอรมันนี ออสเตรีย ฮังการี ออตโตมันและบัลแกเรีย ทั้งสองฝ่ายก็ได้มีการจัดระเบียบใหใ และขยายตัวเมื่อประเทศเข้าสู่สงครามมากขึ้น

ส่วนสาเหตุที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 เกิดจากความไม่เชื่อใจของประเทศฝรั่งเศสที่มีต่อเยอรมนี เนื่องจากสงครามฝรั่งเศส-ปรัสเซียในระหว่างปี ค.ศ. 1870 ถึง ค.ศ. 1871 ซึ่งเยอรมนีได้รับชัยชนะเด็ดขาดสามารถรุกรานฝรั่งเศสได้ และนำไปสู่การสละราชสมบัติของพระเจ้านโปเลียนที่ 3 หลังมีการรวมประเทศเยอรมนีได้ในปี ค.ศ. 1871 ความขัดแย้งในยุโรปเบี่ยงเบนไปส่วนใหญ่ ผ่านเครือข่ายสนธิสัญญาที่มีการวางแผนไว้อย่างระมัดระวัง ระหว่างจักรวรรดิเยอรมันกับประเทศที่เหลือในยุโรป ด้วยฝีมือของนายกรัฐมนตรีบิสมาร์ค บิสมาร์คเน้นการทำงานโดยพยายามยื้อรัสเซียให้อยู่ฝ่ายเดียวกับเยอรมนี เพื่อหลีกเลี่ยงสงครามสองแนวรบกับฝรั่งเศสและรัสเซีย เมื่อจักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นจักรพรรดิเยอรมนี (ไกเซอร์) พันธมิตรภาพกับรัสเซียค่อย ๆ ถูกลดความสำคัญลง เมื่อบิสมาร์คลงจากอำนาจในปี ค.ศ. 1890 จักรพรรดิวิลเฮล์มที่ 2 ทรงปฏิเสธจะต่อสนธิสัญญาประกันพันธไมตรีกับรัสเซีย ในขณะเดียวกันนโยบายโดดเดี่ยวเยอรมนีที่ฝ่ายฝรั่งเศสดำเนินมาตลอดก็เริ่มสัมฤทธิ์ผลเป็นรูปร่าง อีกสี่ปีต่อมา ใน ค.ศ. 1894 มีการลงนามจัดตั้งพันธมิตรฝรั่งเศส-รัสเซียเพื่อตอบโต้อำนาจของไตรพันธมิตร ใน ค.ศ. 1904 สหราชอาณาจักรประทับตราเป็นพันธมิตรกับฝรั่งเศส ซึ่งเรียกว่า ความตกลงฉันทไมตรี (Entente Cordiale) และใน ค.ศ. 1907 สหราชอาณาจักรและรัสเซียลงนามในอนุสัญญาอังกฤษ-รัสเซีย ระบบนี้ประสานความตกลงทวิภาคีและก่อตั้งไตรภาคี (Triple Entente) [6]. การผสานความร่วมมือกันระหว่าง จักรวรรดิอังกฤษ จักรวรรดิรัสเซีย และสาธารณรัฐฝรั่งเศส ทำให้เยอรมนีรู้สึกว่าตกอยู่ในวงล้อมศัตรู

ผลจากสงครามโลกครั้งที่ 1  นับเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในทางการเมือง วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสภาวะทางสังคมของโลกตะวันตก  เมื่อสงครามยุติ รัฐจักรวรรดิใหญ่สี่รัฐ อันได้แก่ จักรวรรดิเยอรมัน, จักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี, จักรวรรดิรัสเซีย และจักรวรรดิออตโตมัน ได้รับความพ่ายแพ้ทั้งทางการเมืองและทางทหาร จนต้องสิ้นสภาพไป เยอรมนีและรัสเซียสูญเสียดินแดนไปมหาศาล ส่วนอีกสองรัฐที่เหลือนั้นล่มสลายลงอย่างสิ้นเชิง